"ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรอินทรีย์ เฉลิมพระเกียรติ" หมู่8 ต.งัวบา อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม 0814926758
ทำเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อบรรลุเศรษฐกิจพอเพียง
ก่อนจะมาเป็นสวนนี้แต่เดิมถูกทิ้งไว้หลายปีเพราะเจ้าของที่ดินเดิมย้ายไปอยู่จังหวัดอื่น เราได้ซื้อที่ดินนี้มาเป็นที่ดอน ป่ารก และต้นซาด เดินเข้าไปมีแต่พงหนามเล็บแมวและเถาวัลย์...ตาบุญเลี่ยมกับยายมะลิ...คนแก่อายุ 60ปี ช่วยกันถางด้วย มีดโต้ จอบ เสียม ไม่จ้างรถแทรกเตอร์เลย ด้วยเหตุผลว่าเสียดายไม้ ถางป่าด้วยความหวัง ถางป่าด้วยความสุข ถางป่าไปร้องเพลงไป พอมีที่ว่างก็ค่อยๆปลูกพืชผักที่กินได้ เข่นแตงโม ข้าวโพด ส่วนต้นไม้ใหญ่รักษาไว้ให้คงสภาพป่าเหมือนเดิม ถางป่าเป็นเวลา 2 ปี แล้วจึงน้อมนำพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ มาปฏิบัติจนกลายเป็นสวนเกษตรผสมผสาน ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกพืชสวนครัว ไม้ผล เลี้ยงสัตว์ ปัจจุบันได้รับการคัดเลือกเป็น"ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรอินทรีย์ เฉลิมพระเกียรติ"หมู่8 ต.งัวบา อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม
Showing posts with label สวนหนองคู. Show all posts
Showing posts with label สวนหนองคู. Show all posts
Wednesday, September 16, 2009
ประวัติสวนเกษตรบุญเลี่ยม-มะลิ สวนเกษตรแห่งความภาคภูมิใจ (2)
สวนเราอยู่ติดกับหมู่บ้าน เมื่อถางป่าเสร็จเราจึงเริ่มต่อน้ำประปาหมู่บ้านเข้าสวน ทำหัวก็อกน้ำไว้ 4 จุดไว้ใช้สอยและรดน้ำต้นไม้ในเบื้องต้น เดินสายไฟเข้ามาด้วย ขุดสระน้ำ เมื่อมีน้ำในสระแล้วเตรียมอาหารไว้ให้ปลา โดยนำมูลวัวตากแห้งโรยลงในสระ สังเกตุได้ว่าหลังจากโรยมูลวัวลงสระแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ น้ำจะเปลี่ยนสีจากขาวขุ่นเป็นสีเขียวใส นั่นคือในสระมีแพลงตอนหรือพืชขนาดเล็กซึ่งเป็นอาหารธรรมชาติชั้นเยี่ยมของปลาจากนั้นจึงปล่อยลูกปลาลงสระ ต่อมาขุดบ่อบาดาล ไว้ 1 บ่อเพื่อใช้น้ำบาดาลรดน้ำต้นไม้ เป็นแหล่งน้ำสำรองเมื่อน้ำในสระมีน้อย หรือหากฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล น้ำบาดาลนี่แหละช่วยให้เราทำนาได้ สำหรับปั๊มน้ำบาดาลควรใช้ ปั๊มไฟฟ้า เราเคยซื้อเครื่องเบนซินมาแล้วไม่เหมาะสม เครื่องเบนซินแรงกว่าแต่เหมาะกับระดับน้ำห่างจากเครื่องไม่เกิน 3 เมตร เหมาะกับการสูบน้ำในพื้นราบมากกว่า หาไก่พันธุ์ไข่ และไก่พื้นเมืองมาเลี้ยง บางช่วงพอมีทรัพย์บ้างเราก็หาซื้อ ไม้ผลพันธุ์ดีมาปลูก ซึ่งการปลูกไม้ผลต้องใช้เวลา 3-5 ปีกว่าจะได้กินผล ไม้ผลที่ดูแลง่ายเช่น น้อยหน่า,แก้วมังกร,มะม่วง เรามีไว้เป็นหลัก
ประวัติสวนเกษตรบุญเลี่ยม-มะลิ สวนเกษตรแห่งความภาคภูมิใจ (1)
เดิมที่ดินผืนนี้เป็นป่าซาด(ต้นซาดเป็นไม้ใช้ทำบ้านได้ทุกส่วน ยกเว้นเสา) เป็นที่ดอน ส่วนหนึ่งได้เคยปลูกข้าวโพด ทำนา ต่อมาเจ้าของเดิมได้ย้ายไปอยู่จังหวัดอื่นโดยให้ญาติดูแล ปล่อยสภาพเป็นป่ารก บางส่วนไม่สามารถเดินผ่านได้ มีที่ดินบางส่วนญาติได้อาศัยทำนาตามธรรมชาติ ที่ดินมีสภาพป่ารกเป็นเวลาถึง 40 ปี เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2546 เจ้าของเดิมได้ขายที่ดินผืนนี้ให้กับเรา นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2546 คุณพ่อบุญเลี่ยมกับคุณแม่มะลิได้ช่วยกันถางป่าด้วยมือ ด้วยแรงกาย แรงใจไม่ใช้รถแทร็กเตอร์ เป็นเวลาถึง 1 ปีจนป่ากลายสภาพเป็นสวนเล่ากันว่า โดยเฉพาะคุณพ่อบุญเลี่ยมนั้นมีความภาคภูมิใจกับงานนี้มาก ถึงขนาดร้องเพลงไป ถางป่าไป ร้องเพลงเป็นปีๆ จนคุณยายโค(แม่ยายของพ่อบุญเลี่ยม)เป็นห่วงสุขภาพ คุณแม่มะลิเล่าให้ฟังว่าคุณพ่อบุญเลี่ยมนั้นอายุ 60 แต่ทำงานทรหดเหมือนอายุ 16, ส่วนคุณแม่มะลิก็สู้อย่างมุ่งมั่น ตื่นตั้งแต่ตี 5 ไปสวน กลับเข้าบ้าน 1 ทุ่มกว่าทุกวัน เพื่อนบ้านให้ฉายาคุณพ่อคุณแม่ว่า มนุษย์แบ็คโค(รถเกรดขนาดใหญ่)
เมื่อถางส่วนใดเสร็จ คุณแม่ก็หาผักสวนครัวมาปลูก ตามสภาพความเหมาะสมมะเขือ ขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย พริก กล้วย แตงโม แตงไทย ต้นหอม ผักชี ผักแป้น(กุยช่าย) มะละกอ แค ข้าวโพด ฯลฯ นับแต่นั้นมาเราไม่ต้องซื้อผักอีกเลย
เมื่อถางส่วนใดเสร็จ คุณแม่ก็หาผักสวนครัวมาปลูก ตามสภาพความเหมาะสมมะเขือ ขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย พริก กล้วย แตงโม แตงไทย ต้นหอม ผักชี ผักแป้น(กุยช่าย) มะละกอ แค ข้าวโพด ฯลฯ นับแต่นั้นมาเราไม่ต้องซื้อผักอีกเลย
ป้ายกำกับ:
ประวัติ,
สวนเกษตร จ.มหาสารคาม,
สวนบุญเลี่ยม,
สวนป่าซาด,
สวนวาปี,
สวนหนองคู
Subscribe to:
Posts (Atom)

