ทำเกษตรผสมผสานตาม​แนว​พระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อบรรลุเศรษฐกิจพอเพียง

ก่อนจะมาเป็นสวนนี้แต่เดิมถูกทิ้งไว้หลายปีเพราะเจ้าของที่ดินเดิมย้ายไปอยู่จังหวัดอื่น เราได้ซื้อที่ดินนี้มาเป็นที่ดอน ป่ารก และต้นซาด เดินเข้าไปมีแต่พงหนามเล็บแมวและเถาวัลย์...ตาบุญเลี่ยมกับยายมะลิ...คนแก่อายุ 60ปี ช่วยกันถางด้วย มีดโต้ จอบ เสียม ไม่จ้างรถแทรกเตอร์เลย ด้วยเหตุผลว่าเสียดายไม้ ถางป่าด้วยความหวัง ถางป่าด้วยความสุข ถางป่าไปร้องเพลงไป พอมีที่ว่างก็ค่อยๆปลูกพืชผักที่กินได้ เข่นแตงโม ข้าวโพด ส่วนต้นไม้ใหญ่รักษาไว้ให้คงสภาพป่าเหมือนเดิม ถางป่าเป็นเวลา 2 ปี แล้วจึงน้อมนำพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ มาปฏิบัติจนกลายเป็นสวนเกษตรผสมผสาน ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกพืชสวนครัว ไม้ผล เลี้ยงสัตว์ ปัจจุบันได้รับการคัดเลือกเป็น"ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรอินทรีย์ เฉลิมพระเกียรติ"หมู่8 ต.งัวบา อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม
Showing posts with label วาปีปทุม. Show all posts
Showing posts with label วาปีปทุม. Show all posts

Wednesday, September 16, 2009

ประวัติสวนเกษตรบุญเลี่ยม-มะลิ สวนเกษตรแห่งความภาคภูมิใจ (2)

     สวนเราอยู่ติดกับหมู่บ้าน เมื่อถางป่าเสร็จเราจึงเริ่มต่อน้ำประปาหมู่บ้านเข้าสวน ทำหัวก็อกน้ำไว้ 4 จุดไว้ใช้สอยและรดน้ำต้นไม้ในเบื้องต้น เดินสายไฟเข้ามาด้วย ขุดสระน้ำ เมื่อมีน้ำในสระแล้วเตรียมอาหารไว้ให้ปลา โดยนำมูลวัวตากแห้งโรยลงในสระ สังเกตุได้ว่าหลังจากโรยมูลวัวลงสระแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ น้ำจะเปลี่ยนสีจากขาวขุ่นเป็นสีเขียวใส นั่นคือในสระมีแพลงตอนหรือพืชขนาดเล็กซึ่งเป็นอาหารธรรมชาติชั้นเยี่ยมของปลาจากนั้นจึงปล่อยลูกปลาลงสระ ต่อมาขุดบ่อบาดาล ไว้ 1 บ่อเพื่อใช้น้ำบาดาลรดน้ำต้นไม้ เป็นแหล่งน้ำสำรองเมื่อน้ำในสระมีน้อย หรือหากฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล น้ำบาดาลนี่แหละช่วยให้เราทำนาได้ สำหรับปั๊มน้ำบาดาลควรใช้ ปั๊มไฟฟ้า เราเคยซื้อเครื่องเบนซินมาแล้วไม่เหมาะสม เครื่องเบนซินแรงกว่าแต่เหมาะกับระดับน้ำห่างจากเครื่องไม่เกิน 3 เมตร เหมาะกับการสูบน้ำในพื้นราบมากกว่า หาไก่พันธุ์ไข่ และไก่พื้นเมืองมาเลี้ยง บางช่วงพอมีทรัพย์บ้างเราก็หาซื้อ ไม้ผลพันธุ์ดีมาปลูก ซึ่งการปลูกไม้ผลต้องใช้เวลา 3-5 ปีกว่าจะได้กินผล ไม้ผลที่ดูแลง่ายเช่น น้อยหน่า,แก้วมังกร,มะม่วง เรามีไว้เป็นหลัก

Monday, September 7, 2009

สวนเรารถเข้ามาจอดได้สบายๆจ้ะ

รถจอดในสวนได้ 30 คันสบายๆ มีน้ำประปา บ่อบาดาลพร้อมปั๊มไฟฟ้า ไฟฟ้า โทรทัศน์ พัดลม ตู้เย็น แต่อย่าเข้าใจว่าหรูนะ สวนเราธรรมดาที่สุด ถ้ามากางเต๊นท์จะเวอร์คสุด

Thursday, September 3, 2009

กิจกรรมในสวนเกษตรของเรา



1.ทำนาเราทำนาประมาณ 15 ไร่เรามีที่ดินประมาณ 30 ไร่
2.บ่อปลาเรามีบ่อปลาขนาด 20 คูณ 35 เมตรมีปลานิล ปลาไน ปลาตะเพียน กุ้งฝอย ฯลฯ
3.เลี้ยงหมูเรามีหมู พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ลูกหมู
4.เลี้ยงวัว กระบือรวมๆ ประมาณ 10 ตัว
5.ปลูกผักสวนครัวหลายชนิด ขายบ้าง แจกบ้าง
6.ปลูกหญ้าเลี้ยงวัว(วัว)ได้กินแล้ว
7.เลี้ยงไก่พื้นเมืองประมาณ 100 ตัวได้กินแล้ว(กินไก่สุกนะ)
8.โรงสีข้าว เราก็มีนะ ขนาดย่อม สีข้าวเราและของเพื่อนบ้าน
9.ปลูกแก้วมังกร 10 หลักได้กินแล้ว
10.ปลูกมะม่วงพื้นเมือง มหาชนก เขียวเสวย สามฤดู ได้กินแล้ว
11.ปลูกน้อยหน่าตามคันนา ได้กินผลแล้ว ดีใจจังเลย...

เกษตรผสมผสานดีอย่างไร?


1.  เราทำเกษตรผสมผสานมาได้ประมาณ 7ปีสิ่งที่เราได้รับเห็นได้ชัดคือประหยัดรายจ่ายค่าอาหาร การกินอยู่คิดง่ายๆเราประหยัดวันละ 100 บาท-เดือนละ 3000 บาท-ปีละ 36,500 บาท
2.   เราทำนาได้ข้าว ปีละประมาณ 4 ตัน 1 ตันราคา 10,000 บาทรวม 40,000 บาท
     - เรามีเห็ดเกือบทุกชนิดในฤดูฝนเห็ดปลวก(เห็ดโคน) เห็ดระโงก เหดไค เห็ดเผาะ ฯลฯ
     - ขายผักสวนครัวเฉลี่ยประมาณเดือนละ 2,500 บาท

     - จำหน่ายสุกร และลูกสุกรปีละประมาณ 100,000 บาท
     - ขายมูลสุกรกระสอบละ 30 บาท,ทำปุ๋ยใส่นาข้าว,ใส่สวนครัว,ใส่ไม้ผลมูลค่าประมาณ 5,000 บาท/ปี
     - ขายต้นไม้(แล้วปลูกทดแทน)ต้นไม้ 1 ต้นราคาตั้งแต่ 1,000-10,000 บาท
     - เลี้ยงปลาในนาข้าวเมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จได้ปลาร้า 2 ตุ่มใหญ่พอกินตลอดปี
     - มีผลไม้กินตามฤดูกาล กล้วย มะม่วง มะละกอ น้อยหน่า แก้วมังกร ตะขบ
     - มีปลาในสระ สำหรับกินได้ตลอดปี
     - มีกุ้งฝอยในสระ อยากกินเมื่อไรช้อนได้ทันที ปกติกุ้ง 1 กก.สามารถหาได้ภายใน 30 นาที
     - มีหอยขม เรานำพันธ์หอยขมจากธรรมขาติมาปล่อยไว้ เดี๋ยวนี้แพร่พันธ์สามารถงมได้ทันทีตามขอบสระ การกินหอยขมนิยมกินในข้างขึ้นเพราะกินง่าย หอยขมมีลูกในข้างแรม
     - ไก่บ้าน มีอยู่ประจำ 80-100 ตัวทำอาหารได้ยามต้องการ
     - ผักพื้นบ้าน ผักติ้ว ผักหร่ำ เปราะป่า เปราะหอม ขิง ข่ากระชาย มะกรูด ใบเว่อ ตะไคร้ หอม กระเทียม ปรุงอาหารได้ไม่ต้องหาซื้อ